5 โรคหน้าฝนที่ควรระวัง

โรคหน้าฝนช่วงนี้อากาศเปลี่ยนต้องระวังสุขภาพกันด้วย เดี๋ยวฝนตก แดดออก พกหมวก พกร่มติดตัวกันด้วยนะครับ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้พยากรณ์โรคหน้าฝนให้ทุกคนได้พึงระวังสุขภาพ 5โรค ดังนี้
1) โรคไข้เลือดออก ช่วงเดือน พฤษภาคม – กันยายน 2558 จำนวนผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกจะเพิ่มสูงขึ้นจากการระบาดตามฤดูกาล โดยจะมีผู้ป่วยประมาณ 5,000 – 12,000 รายต่อเดือน จำนวนผู้ป่วยจะมากกว่าหนึ่งหมื่นรายในเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม และพบผู้ป่วยเสียชีวิตได้ทั้งในกลุ่มเด็กและผู้ใหญ่ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน ปัจจัยเสี่ยงของการเสียชีวิตได้แก่ การไปพบแพทย์ช้าเนื่องจากผู้เสียชีวิตบางรายโดยเฉพาะผู้ใหญ่มักซื้อยาลดไข้รับประทานเอง จนเมื่ออาการรุนแรงขึ้นจึงค่อยไปพบแพทย์

2) โรคไข้หวัดใหญ่ จำนวนผู้ป่วยจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในฤดูฝนตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไปคือ ประมาณ 3,000 – 10,500 รายต่อเดือน และจะสูงที่สุดในเดือนสิงหาคม – กันยายน 2558 ซึ่งจะ มากกว่าจำนวนผู้ป่วยในช่วงเวลาเดียวกันของ 5 ปีย้อนหลังเล็กน้อย จังหวัดที่เสี่ยงต่อการระบาด ได้แก่ จังหวัดทางภาคเหนือ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และจังหวัดใหญ่ที่มีประชากรเคลื่อนย้ายสูง เช่น นครราชสีมา ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เชื้อโรคที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตมากที่สุด คือ ไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A(H1N1)2009 ซึ่งวัคซีนป้องกันโรคชนิดนี้กระทรวงสาธารณสุขได้นำมาให้บริการกับประชากรกลุ่มเสี่ยงนั้นอยู่แล้ว

3) โรคมือ เท้า ปาก จะมีการระบาดในเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม 2558 จำนวนผู้ป่วยประมาณ 11,000 – 15,000 รายต่อเดือน ซึ่งใกล้เคียงกับปี พ.ศ. 2557 หลังจากนั้นจำนวนผู้ป่วยจะลดลงเหลือไม่เกิน 10,000 รายต่อเดือน ปี พ.ศ. 2558 พบผู้เสียชีวิตแล้ว 1 รายสาเหตุจากเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71
กลุ่มเสี่ยงสูงต่อการป่วยและเสียชีวิตคือเด็กเล็ก มักพบการระบาดได้ง่ายในศูนย์เด็กเล็ก และโรงเรียนอนุบาล ดังนั้นศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนทุกแห่งควรเอาใจใส่ต่อการป้องกันโรค ดำเนินมาตรการตามแนวทางของ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ควรเฝ้าระวังเด็กที่มีอาการป่วยทุกวัน หากพบเด็กที่มีอาการป่วยให้แยกเด็กและแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ทันที เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรคไปยังเด็กอื่นๆ

4) โรคตาแดง การคาดการณ์การเกิดโรคจะแบ่งเป็นสองกรณี ได้แก่
หากไม่มีการระบาด จำนวนผู้ป่วยรายเดือน พฤษภาคม – กันยายน 2558 จะประมาณ 9,000 – 11,500 รายต่อเดือน โดยจะไม่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในฤดูฝน หากมีการระบาดเนื่องจากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ดังเช่นปี พ.ศ. 2557 อาจทำให้จำนวนผู้ป่วยสูงขึ้นถึง 35,000 – 45,000 รายต่อเดือนในช่วงเดือนสิงหาคม – กันยายน 2558
ดังนั้นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย ควรเตรียมมาตรการป้องกันรักษา และควบคุมโรคไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ เน้นในกลุ่มผู้ประสบอุทกภัยและสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกันแออัด เช่น ศูนย์พักพิงผู้ประสบภัย เรือนจำ หอพัก และโรงเรียน

5) เห็ดพิษ การระบาดใน พ.ศ. 2557 – 2558 พบผู้ป่วยและ เสียชีวิตได้มากในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะเดือนมิถุนายน ทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ประชาชนนิยมเก็บเห็ดป่าในธรรมชาติมารับประทานโดยเข้าใจผิดว่าเป็นเห็ดชนิดที่รับประทานได้ อาการที่สำคัญหลังจากรับประทานเห็ดพิษเข้าไปได้แก่ อาการของระบบทางเดินอาหาร ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตจากการถ่ายเหลวรุนแรง และ อาการทางระบบประสาท ตับและไตวาย เห็ดที่เป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตคือ เห็ดระโงก เห็ดไข่ตายซาก (ภาษาอีสาน) หรือเห็ดโม่งโก้ง เห็ดไข่ห่าน (ภาษาเหนือ) ซึ่งเป็นเห็ดพิษในตระกูล Amanita เห็ดพิษ เหล่านี้มีสารพิษที่ทนต่อความร้อน แม้จะปรุงให้สุกดีแล้ว เช่น ต้ม แกง ก็ไม่สามารถทำลายสารพิษนั้นได้ ควรแจ้งเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการเก็บเห็ดป่ามารับประทาน โดยเฉพาะเห็ดที่มีลักษณะคล้ายเห็ดระโงกหรือเห็ดไข่ห่าน เนื่องจากการดูด้วยตาเปล่าและการทดสอบตามภูมิปัญญาท้องถิ่นไม่สามารถแยกได้ว่าเป็นเห็ดที่มีพิษหรือไม่

เมื่อท่านได้รับรู้ข้อมูลแล้วก็ควรระมัดระวังตัวกันด้วยนะครับ รู้ก่อน รู้ทันป้องกันได้ครับ ขอบคุณครับ
นายแพทย์โสภณ เมฆธน